-
หุ้นชิปเกาหลีปรับตัวลงแรงจากแรงขายทำกำไรและความกังวลต่อประเด็นกำลังการผลิตชิป แต่ยังเป็นแรงกดดันระยะสั้นมากกว่าการเปลี่ยนภาพการเติบโตของกลุ่มเทคโนโลยี
-
K WEALTH ยังมองค่อนข้างบวกต่อหุ้นเทคโนโลยีโลกและเอเชีย โดยนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงสามารถทยอยสะสม K-GTECH และ K-ATECH เมื่อปรับฐานได้
2 ก.ค. 69 ดัชนี Kospi ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปรับตัวลงกว่า -7%เทียบกับวันก่อนหน้า จากหุ้นกลุ่มชิป เช่น Samsung และ SK Hynix ที่มีแรงเทขายทำกำไร เช่นเดียวกับ Kioxia Holdings หุ้นกลุ่มชิปในตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ร่วงแรงเช่นกัน
โดยปัจจัยกดดันเพิ่มเติมมาจาก
- ข่าวการฟ้องร้อง Micron ในคดีจำกัดปริมาณการผลิตชิป DRAM รุ่นเก่าอย่าง DDR3/DDR4
- Meta ที่มีแผนจัดตั้งธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ เพื่อขายบริการประมวลผล AI (AI computing power) และโมเดล AI ให้กับลูกค้าภายนอก ทำให้ตลาดกังวลว่า บริษัทชิปอาจลงทุนสร้างกำลังการผลิตไว้มากเกินความจำเป็น (overbuilt capacity)
- มีรายงานว่า Apple อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อชิปจากผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์จีน 2 ราย ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้ผลิตชิปในเกาหลีใต้
มุมมองจาก K WEALTH
K WEALTH ยังมีมุมมองค่อนข้างบวก (Slightly Positive) ต่อหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกและเอเชีย แรงกดดันระยะสั้นด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ยเริ่มมีสัญญาณเชิงบวก ในขณะที่ Valuation กลุ่มเทคโนโลยีทั้งสหรัฐฯ และเอเชียยังอยู่ในช่วงที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI Infrastructure, Semiconductor, Memory Chip และ Data Center ประกอบกับแนวโน้มผลประกอบการยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลก รวมทั้งประมาณการผลประกอบการจากบริษัทสำหรับปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามจากสาเหตุที่ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวที่รุนแรงในวันนี้ ยังคงสะท้อนว่ามีการเก็งกำไรระยะสั้นมหาศาลและมาพร้อมความคาดหวังที่สูงขึ้น และคาดว่าในช่วงเวลาหลังจากนี้กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกและเอเชียจะมีความผันผวนที่แรงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อไปตามปัจจัยพื้นฐานที่หนุนด้วยกระแส AI
คำแนะนำจาก K WEALTH
- นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถทยอยสะสมเมื่อกองทุน ES-GTECH, K-GTECH และ K-ATECH ปรับฐานได้ แต่ควรควบคุมสัดส่วนไม่เกิน 20% ของพอร์ตโดยรวม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการกระจุกตัวมากเกินไป และควร Rebalance เป็นระยะ เพื่อบริหารภาพรวมพอร์ต
- นักลงทุนระยะสั้น หรือผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำถึงปานกลาง หากมีกำไรมากกว่า 10% แนะนำพิจารณาทำกำไรกองทุนหุ้นเทคโนโลยีโลกและหุ้นเทคโนโลยีเอเชียบางส่วน เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต และพักเงินบางส่วนในกองทุนตราสารหนี้ความเสี่ยงต่ำ เช่น K-SF-A เพื่อรอจังหวะเข้าสะสม เมื่อราคาปรับฐานในระดับที่น่าสนใจ
- สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีเวลาติดตามข้อมูลข่าวสารทุกวัน กองทุนผสม K-WealthPLUS Series ที่มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย มีผู้จัดการกองทุนติดตามและปรับสัดส่วนให้อยู่เสมอตามนโยบายที่ประกาศไว้ อย่าง K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ก็ยังเหมาะกับการเป็น Core Port ที่ถือลงทุนได้ แม้ตลาดผันผวน
หมายเหตุ:
- ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 ได้แก่ K-SFPLUS-A ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-ATECH ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7 ได้แก่ K-GTECH, ES-GTECH
- นโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ได้แก่ K-SFPLUS-A ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH
- ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+1 ได้แก่ K-SFPLUS-A T+4 ได้แก่ K-ATECH, K-GTECH, ES-GTECH T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP